วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ปริญญาชาวนาเป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม :เพลงกล่อมนิทรา

12. เพลงกล่อมนิทรา
Have a good sleep.


เพลงขับประกอบด้วยธรรม ในชุดปริญญาชาวนา เพลงที่ 12 เนื้อเพลงขึ้นต้นด้วย นกละเมอเพ้อครางในกลางดึก ต้นไม้ยืนหลับนิ่งทุกสิงขร....


ธานินทร์ อินทรเทพ ขับขานเพลงขับประกอบด้วยธรรมเพลงนี้ เป็นการขับกล่อมหญิงน้องนางบ้านนาผู้เป็นที่รักให้หลับและฝันดี เพลงนี้จบลงด้วยสี่ท่อนสุดท้ายว่า "เพลงของพี่นี้ลามารื่นรื่น แม้เจ้าตื่นจงสดับให้หลับไหล แม้เจ้าหลับศัพท์เสียงจำเรียงใจ กล่อมฤทัยขวัญเจ้าดั่งเป่ามนต์" ไพเราะเพราะพริ้งจับใจมากครับ.


ปริญญาชาวนาเป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม :เพลงแม่พิมพ์-ดาวสุพรรณ

11. เพลงแม่พิม-ดาวสุพรรณ
Oh my sweetheart!

เพลงขับประกอบด้วยธรรม ในชุดปริญญาชาวนา เพลงที่ 11 เนื้อเพลงขึ้นต้นด้วย “พิมพิลาไล ๆ นางน้องครองใจ งามพิลาไล...

เป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม ที่ขับขานโดยธานินทร์ อินทรเทพอีกเช่นเดียวกัน เป็นคำขับขานชมความงามและความดีของน้องนางบ้านนาที่เป็นที่รักของตัวเอง โดยเทียบกับนางพิมพิลาไล ในวรรณกรรมไทยเรื่อง ขุนช้างขุนแผน

คลิกฟังเพลงนี้ครับ 


ปริญญาชาวนาเป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม :เพลงชมนางนา

10. เพลงชมนางนา
You are my sweetheart.


เพลงขับประกอบด้วยธรรม ในชุดปริญญาชาวนา เพลงที่ 10 เนื้อเพลงขึ้นต้นด้วย “น้องนางอยู่กลางทุ่งนา แม้ด้อยการศึกษา...


คุณธานินทร์ อินทรเทพ ขับขานเพลงขับประกอบด้วยธรรมเพลงนี้ เป็นคำชมความงามและความดีของสาวชาวนา แม้ว่าจะด้อยการศึกษา ไม่ได้เรียนหนังสือเกิน ป.4 และไม่งามเลิศลอยเหมือนชาวกรุงชาวสวรรค์ แต่เธอทั้งหลายก็เป็นผู้มีคุณูปการต่อคนทั้งหลายในฐานะผู้ผลิตข้าวเลี้ยงชาวไทยและชาวโลก


ปริญญาชาวนาเป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม :เพลงแม่โพสพสังสันทน์

9.เพลงแม่โพสพสังสันทน์
I miss my paddy field.


เพลงขับประกอบด้วยธรรมชุดปริญญาชาวนา เพลงที่ 9 มีเนื้อเพลงขึ้นต้นด้วย “คิดถึงท้องนาเวลาเกี่ยวข้าว สาวรุมชุมนุมกันมา...

เป็นเพลงคู่ คุณธานินทร์ อินทรเทพและนักร้องคู่ ขับขานเพลงขับประกอบด้วยธรรมเพลงนี้ บรรยายถึงความคิดถึงอาลัยถึงท้องนาที่เขาเคยทำมาหากินเลี้ยงชีวิตและครอบครัว คิดถึงบรรยากาศในตอนเกี่ยวข้าวในนาซึ่งก็จะมีประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวอันเป็นประเพณีดั้งเดิมของไทย  เป็นต้น

ปริญญาชาวนาเป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม :แผ่นดินของเรา

7. แผ่นดินของเรา
I miss my motherland.

เพลงขับประกอบด้วยธรรมในชุดปริญญาชาวนา เพลงที่ 7 มีเนื้อเพลงขึ้นต้นด้วย “แผ่นดินของใคร ลมไพรโปรดถามหัวใจของข้า...


ธานินทร์ อินทรเทพ ขับขานเพลงนี้ บอกถึงความรักของคนไกลบ้าน ว่าไม่มีที่ใดอีกแล้วจะดีไปกว่าบ้านของเขาประเทศของเขา แม้กายเขาจะอยู่ในต่างถิ่นต่างแดน แต่ใจเขาจะนึกถึงแต่แผ่นดินไทยเสมอ



ปริญญาชาวนาเป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม :เพลงแผ่นดินหอม

8.เพลงแผ่นดินหอม

Please become good-smell-land again.


เพลงขับประกอบด้วยธรรมในชุดปริญญาชาวนาเพลงที่ 8 มีเนื้อเพลงขึ้นต้นด้วย “ยามเมื่อน้ำท่วมนา ปลาลำพอง แต่ชาวนาน้ำตานอง...


คุณธานินทร์ อินทรเทพ ขับขานเพลงขับประกอบด้วธรรมนี้ บอกถึงวิถีชีวิตของชาวนาว่าจะต้องพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก เป็นการบรรยายถึงแผ่นดินท้องนาที่ถูกน้ำท่วมทำให้ชาวนาเป็นทุกข์ พวกเขาได้แต่อ้อนวอนขอร้องให้ธรรมชาติช่วยน้ำให้แห้ง เพื่อจะได้เป็นแผ่นดินหอมอีกครั้ง

ปริญญาชาวนาเป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม :เพลงนิราศทะเลทราย

6.เพลงนิราศทะเลทราย
A song from the desert in the middle-east.

เพลงขับประกอบด้วยธรรมในชุดปริญญาชาวนาเพลงที่ 6 มีเเนื้อเพลงขับขานขึ้นต้นด้วย “โอ้เจ้านกขมิ้นเอย ตัวเจ้าเคยเหลืองอ่อน...



คุณธานินทร์ อินทรเทพ ขับขานเพลงขับประกอบด้วยธรรมเพลงนี้ เล่าถึงความลำบากของคนที่เดินทางไปขายแรงงานที่ตะวันออกกลาง ต้องไปทำงานในทะเลทรายที่เวิ้งว้าง ได้เขียนจดหมายและถ่ายรูปทะเลทรายส่งมาถึงคนรัก บรรยายถึงความเหนื่อยยากที่ต้องมาทำงานอยู่ในท่ามกลางทะเลทรายที่ระอุไปด้วยความร้อน


ปริญญาชาวนาเป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม :เพลงเทพธิดานุ่งผ้าซิ่น

5. เพลงเทพธิดานุ่งผ้าซิ่น
My beloved angel.

เพลงขับประกอบด้วยธรรมในชุดปริญญาชาวนาเพลงที่ 5 มี เนื้อเพลงขึ้นต้นด้วย “ยามดึกนับดวงดาวดวงเดือน ขอยืมเป็นเพื่อนยามนอน...

เมื่อเป็นหนุ่มชาวนาที่เนื้อตัวเหม็นสาบคละเคล้าไปด้วยกลิ่นโคลนสาบควายเช่นนี้ เมื่อยามที่จะหาคู่ครองมาแนบกาย เขาก็ไม่อาจเอื้อมที่จะปองรักคนอาชีพอื่น ก็ต้องเลือกสาวชาวนาที่แต่งตัวด้วยผ้าซิ่น เป็นคู่ทุกข์คู่ยากตามวาสนาของคนยาก แต่เธอก็เป็นเทพธิดาในดวงใจของหนุ่มชาวนา  และลูกที่เป็นหน่อเนื้อเชื้อไขของคนทั้งสองก็ย่อมจะต้องเป็นชาวนาตามบิดามารดาบรรพบุรุษอย่างมิพักต้องสงสัย


ยามดึกนับดวงดาวดวงเดือน
ขอยืมเป็นเพื่อยามนอน
เลือกดวงที่แสงอ่อนอ่อน ตามวาสนา
เด่นเดือนไม่ใช่ขวัญเรือนของข้า
ดาวทุกดวงก็ลวงตา อยู่บนฟ้าสูงกว่าเรา

ตรงพุ่มไม้ที่ปลายนา นั้นมีดาวป่าอยู่ในเงา
พี่ปองคุ้มครองตัวเจ้าดาวบนดิน
บ้านนาเจ้าเป็นเทพธิดานุ่งผ้าซิ่น
มีวิมานบนลานดิน ให้รำฟ้อนตอนกลางวัน


เอ๋ย..เพลงบทนี้จงมีมนต์
สั่งดาวทุกดวงให้หล่นจากสวรรค์
ลงมากองที่กลางท้องนาบ้านนั้น
เป็นเหมือนดังนางกำนัล อยู่ข้างหมอนที่นอนน้อง

งามลูกสาวชาวตำบล ทุกคนมีค่ากว่าดาวทอง
หว่านดำล้วนทำงานคล่องต้องบูชา
แผ่นดินถิ่นเราน้องคือดาวงามสง่า
เป็นขวัญใจและขวัญตา ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน

ปริญญาชาวนาเป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม :เพลงปริญญาชาวนา:เพลงสงกรานต์น้ำตา

4.เพลงสงกรานต์น้ำตา
You are no more in this year of Songkran Festival
เนื้อเพลงขึ้นต้นด้วย เดือนมีนานภาร้อนแรง แสงแดดแผดเผาดิน...

มีอยู่ไม่น้อยที่ไปขุดทองที่ตะวันออกกลาง เมื่อกลับมาเมืองไทยแล้ว คนรักเปลี่ยนใจไปมีคนรักใหม่ (อย่างที่พูดกันว่า ก่อนไปเสียนา กลับมาเสียเมีย) เมื่อถึงวันสงกรานต์ก็ไม่ยอมกลับบ้าน ทำให้หนุ่มที่กลับมาเยี่ยมบ้านต้องตรอมตรมระทมทุกข์ ดังเสียงขับขานของคุณธานินทร์ อินทรเทพ ในเพลงขับประกอบด้วยธรรมเพลงนี้


เดือนมีนานภาร้อนแรง แสงแดดแผดเผาดิน
ลำประโดงที่เคยไหลริน ขอดแห้งหน้าแล้งแล้ว
อากาศร้อนตอนบ่าย สายลมต้องกายแผ่วแผ่ว
เสียงโทนบ้านโน้นดังแว่วแว่ว ซ้อมเพลงอีแซวอยู่เกรียวกราว

ชาวตำบลทุกคนทุกครัว เตรียมตัวเล่นสงกรานต์
คนจากไปแสนนาน ก็ลางานกลับบ้านเรา
คนของฉันยังไม่กลับ เขาลืมกระท่อมทับเสียแล้วหรือเจ้า
ทุกปีป่านนี้มีลมว่าว เขาเคยกลับมาไม่มาชักช้าแชเชือน

โอ้เจ้าดอกกระถิน อยู่ดินเจ้าก็งามทั้งเดือน
ไปอยู่กระถางต่างเรือน ไม่เยือนกับมาสงกรานต์
โอ้เจ้าดอกกระถิน อยู่ดินเจ้าก็งามทั้งเดือน
ไปอยู่กระถางต่างเรือน ไม่เยือนกับมาสงกรานต์

ปลายเดือนห้าเมษายน โคลนแห้งฝุ่นแล้งปลิว
ใจก็พลอยลอยละลิ่ว ตามลมโศกซมซา
มีจดหมายไปเตือน เขาทำบิดเบือนลืมบ้าน
ท้องนาแห่งนี้มิมีวิมาน กลายเป็นสุสานแห่งสงกรานต์น้ำตา.



คลิกฟังเพลงนี้ครับ

ปริญญาชาวนาเป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม :เพลงขุดทองกลับบ้าน

3.เพลงขุดทองกลับบ้าน
Back home after selling labor.

เพลงที่ 3 ในชุดปริญญาชาวนา มีเนื้อเพลงขึ้นต้นด้วย “เดินทางไกลไปหางานดำ ตาดำๆคอยอยู่เมืองไทย...


เป็นเพลงขับขานบอกถึงความ ยากจนและความเป็นหนี้สินรุงรังทำให้ต้องเดินทางไปขายแรงงานในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ต้องพลัดพรากจากครอบครัว เหมือนนกขมิ้นเหลืองอ่อน ทิ้งลูกทิ้งเมียและพ่อแม่ให้อยู่เบื้องหลัง เมื่อหมดสัญญาจ้างก็เดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้านที่เมืองไทย แต่บางคนสิก่อนไปถึงกับเอานาไปจำนองจองจำเพื่อเสียค่าหัวให้ได้เดินทางไป แต่ที่โชคร้ายบางคนก็ถูกหลอกเสียเงินแล้วก็ไม่ได้ไป ต้องสูญเสียที่นาจนสิ้นเนื้อประดาตัว เป็นที่น่าสมเพชเวทนา คนจนหนอคนจน จะมีใครสักคนมาเห็นใจบ้างนะ...

เดินทางไกลไปหางานทำ ตาดำดำคอยอยู่เมืองไทย
วันเดือนปีผ่านพ้นเลยไป ความดีใจก็ใกล้เข้ามา
อดทนจนครบสัญญา ถึงวันได้ลามาพักผ่อน
ออกโบยบิน เหมือนนกขมิ้นเหลืองอ่อน
กลับสู่รังนอน เมื่อตอนสนธยา
เครื่องบินต่ำใจเต้น แลเห็นชัดเจนนัยน์ตา
บ้านเกิดเมืองมารดา ทุ่งนาแม่น้ำลำคลอง
แดดสีทองท้องฟ้าสีเทา

ลงลานบินถิ่นของคนไทย เดินภูมิใจในบ้านของเรา
ไปเมืองใดจะซึ้งใจเท่า เมืองไทยเราแสนสุขสบาย
กอดลูกเมียไว้แนบกาย หายความห่วงใย ใจกระหยิ่ม
อากาศเมืองไทย หายใจเต็มอิ่ม
ร่ำรวยรอยยิ้ม อิ่มเอมหัวใจ
.

ปริญญาชาวนาเป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม :เพลงผู้ชนะคือควาย

2.เพลงผู้ชนะคือควาย
The winner is a buffalo.

เพลงขับประกอบด้วยธรรม ในชุดปริญญาชาวนา เพลงที่ 2 มีเนื้อเพลงขึ้นต้นด้วย ฟ้าดำต่ำลงเหนือดงตาล ขี่ควายกลับบ้านผ่านแทรกเตอร์กำนัน...

เป็นเพลงขับขานของคุณธานินทร์ อินทรเทพ บอกถึงความสำคัญของควายที่เหนือกว่าเครื่องทุ่นแรงรถไถนาที่ถูกคนรวยนำมาใช้ไถนาแทนควาย ที่เริ่มในช่วงหลังปี พ.ศ. 2507-2508 เป็นเพลงที่บ่งบอกถึงความทะนงองอาจของหนุ่มชาวนาที่จะใช้เครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรแบบเก่าและไม่สนใจที่จะฟุ่มเฟือยเดินตามแฟชั่นของพวกคนรวยอย่างเช่นที่บ้านท่านกำนัน

ฟ้า...ดำ ต่ำลงเหนือดงตาล
ขี่ควายกลับบ้าน ผ่านแทรกเตอร์กำนัน
ไม่ร่ำรวยอย่างเขา ฐานะเราลดหลั่น
จะกัดฟันใช้แรง ลงไปแข่งกับท่านเศรษฐี

ฝนพรำ...ฉ่ำนองท้องนาเป็นโคลน
ปลอบโยนเพื่อนควายไปไถนาทันที
เพลิดเพลินเดินคุย ไอ้ทุยมันรู้หน้าที่
อยู่กันมาหลายปี รู้ใจกันดียิ่งกว่าเครื่องยนต์

ทุ่มกำลังลงไป จะหว่านจะไถมันด้วยแรงคน
เครื่องจักรไม่รักคนจน เราก็ไม่สนใจมัน
เพื่อนชาวนาคือควาย จะเฆี่ยนจะขายจะฆ่าจะฟัน
มันก็ยินยอมทั้งนั้น รักนายของมันคนเดียว

แทรกเตอร์...เห่อไปทำไมกัน ขาดแคลนน้ำมัน
จอดทั้งวันหน้าเซียว จ้างคนขี่แพงแพง
ยังแพ้แรงควายเปลี่ยว เบ่งกันไปเดี๋ยวเดียว
เห็นเดินหน้าเหี่ยวมาเที่ยวยืมควาย.

ปริญญาชาวนาเป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม :เพลงปริญญาชาวนา



 เพลงบางเพลงหรือบางชุดเป็นเพลงที่ดีในความรู้สึกของผม  ผมเห็นว่าเป็นเพลงที่จะไปกระตุ้นคนฟังให้เกิดความฮึกเหิม ให้อยากต่อสู้ฟันฝ่าเพื่อคุณธรรมความดี ให้เกิดความตระหนักถึงความลำบากของบุคคลที่อยู่ต่ำกว่าตน และต้องการช่วยเหลือพวกเขาให้ลืมตาอ้าปาก มีชีวิตทัดเทียมกับคนอื่น หรือชนกลุ่มอื่นในสังคมไทยบ้าง เพลงแบบนี้ผมให้คำนิยามว่า “เป็นเพลงขับประกอบด้วยธรรม” เพลงที่มีลักษณะข้างต้นชุดหนึ่งก็คือ เพลงชุดปริญญาชาวนา ซึ่งเป็นเพลงเก่าแต่งโดยคุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ ระหว่างปี พ.ศ. 2525-2526 และขับร้องโดย คุณธานินทร์ อินทรเทพ ผมฟังแล้วประทับใจทุกที ลองอ่านเนื้อเพลงปริญญาชาวนาที่เป็นเพลงเอกของชุดนี้ และฟังการขับขานโดยธานินทร์ อินทรเทพกันครับ

1.เพลงปริญญาชาวนา
The peasants' university degree

เนื้อเพลงขึ้นต้นด้วย จบโรงเรียนประชาบาล ฉันไม่ได้เรียนต่อต้องช่วยพ่อทำนา...

เพลงขับประกอบด้วยธรรมเพลงนี้ คุณธานินทร์ อินทรเทพ ขับขานบอกถึงชีวิตเด็กคนหนึ่ง(และของเด็กอีกหลายสิบล้านคนในประเทศไทย)ต้องออกจากโรงเรียนเมื่อจบชั้น ป.4 ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับในสมัยนั้น ไปช่วยพ่อทำนา เลิกเรียนอ่านเขียนไปใช้ชีวิตในท้องทุ่ง เพื่อให้ได้ปริญญาชาวนา(ซึ่งความจริงไม่มีมหาวิทยาลัยแห่งไหนในประเทศไทยให้ปริญญานี้)

จบโรงเรียน ประชาบาล ฉันไม่ได้ เรียนต่อ
ต้องช่วยพ่อ ทำนา กราบคุณครู ขอลา
ทิ้งวิชา กไก่ ออกไปใช้ กเกวียน
ไม่ไถ ใครจะทำ หว่านดำ ต้องเริ่มเรียน
เก็บสมุด วาดเขียน ไปหัดเรียน วาดโคลน
เล่นกีฬา ผ่าฟืน ถึงกลางคืน เป่าขลุ่ย
กล่อมไอ้ทุย ไอ้โทน ไล่ขโมย ขโจร
ร้องรำโทน คนเดียว เปลี่ยวหัวใจ จริงหนอ
แดดแรง ก็แต่งกาย ขึ้นตาล และขุดตอ
ข้าวกำลัง แตกกอ เราก็รอ รำเคียว
เกี่ยวเถอะนะ แม่เกี่ยว เกี่ยวเถอะนะ พ่อเกี่ยว
เพื่อนหนุ่มสาว กราวเกรียว มาเกี่ยวไป ใส่เกวียน
เกี่ยวเถอะนะ แม่เกี่ยว เกี่ยวเถอะนะ พ่อเกี่ยว
เพื่อนหนุ่มสาว กราวเกรียว มาเกี่ยวไป ใส่เกวียน
สืบชีวิต กันไป เหมือนคนไทย รุ่นเก่า
ไม่ต้องเล่า ต้องเรียน แดดและฝน วนเวียน
เหมือนโรงเรียน ธรรมชาติ เปิดตลาด วิชา
กั้นฝา ด้วยป่าดง ปักธง ด้วยหญ้าคา
ปลูกข้าวเอา ปริญญา ตาม ปู่ ย่า ตา ยาย